วันที่ 10 เมษายน 2569
ณ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองหาร จังหวัดอุดรธานี
#ศาสตราจารย์#ดร.#สามารถ#จับโจร#ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
พร้อมด้วย
#ผู้ช่วยศาสตราจารย์#ดร.#สายสุนีย์#จับโจร#ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ได้นำคณะผู้วิจัยลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการใช้งาน
ระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM)
ของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนในพื้นที่
โดยเกษตรกรได้มีการนำระบบดังกล่าวมาใช้ในการ
จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการเลี้ยงโคขุนแบบประณีต
ครอบคลุมตั้งแต่
ข้อมูลสายพันธุ์โคขุน
การให้อาหาร
สุขภาพโค
รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน
และการติดตามกระบวนการเลี้ยงตลอดห่วงโซ่
เพื่อให้ได้เนื้อโคขุนที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด
โครงการนี้เป็นการยกระดับรายได้ให้กับ
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองลาด (กลุ่มเป้าหมายนำร่อง)
จำนวน 9 ครัวเรือน
โดยคณะผู้วิจัยได้ลงพื้นที่ ณ
ทุนทรัพย์ฟาร์ม (มี นางวัชรีภรณ์ ทุนทรัพย์ เป็นประธานกลุ่ม)
สมศักดิ์ฟาร์ม
ประพัตฟาร์ม
ซึ่งมีการนำระบบ AI FARM มาใช้ในการติดตามการเลี้ยง
แม่โคขุนและลูกโคขุนผสมวากิว
การเก็บข้อมูลสายพันธุ์ การให้อาหาร และสุขภาพโค
ทำให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปยังผู้รับซื้อปลายน้ำ
คือ ฟาร์ม “คุณกัปตัน”
เพื่อให้สามารถตรวจสอบและติดตามข้อมูลลูกโคขุนได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
การใช้ระบบ AI FARM ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับซื้อ
ว่าโคขุนมีคุณภาพตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ
โดยสามารถยกระดับราคาจำหน่าย
จากการขายทั่วไป สู่ราคาที่มีการรับประกันสูงถึง
120 – 130 บาท/กิโลกรัม
ทั้งนี้ ลูกโคขุนต้นน้ำที่เกิดจากการผสมสายพันธุ์วากิว
เมื่อมีอายุประมาณ 10 เดือน
จะมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 300 กิโลกรัม
สามารถจำหน่ายได้ในราคาประมาณ
33,000 – 35,000 บาท/ตัว
ด้วยการเลี้ยงแบบประณีตผ่านระบบ AI FARM
เกษตรกรสามารถ
วางแผนการเลี้ยง
คำนวณต้นทุนอาหาร
ติดตามสุขภาพโค
ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
ส่งผลให้สามารถยกระดับรายได้ครัวเรือน
และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรในระยะยาว
กิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญ
ในการพัฒนาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนต้นน้ำ
สร้างความเชื่อมั่นทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้รับซื้อ
และต่อยอดสู่ระบบการผลิตโคขุนคุณภาพอย่างยั่งยืนในอนาคต
#สามารถจับโจร#สายสุนีย์จับโจร#AI_FARM#โคขุนอุดรธานี
#เกษตรอัจฉริยะ#วากิว#พัฒนาเกษตรกร#เศรษฐกิจฐานราก































ใส่ความเห็น