วันที่ 13 พฤษภาคม 2568
ณ ลุงก้านฟาร์ม ตำบลพันชนะ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา
“การถ่ายทอดนวัตกรรมระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนของผู้เลี้ยงโคขุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน”
โดยมี #ผู้ช่วยศาสตราจารย์#ดร.#สายสุนีย์#จับโจร
#ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์#มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และหัวหน้าโครงการวิจัย
พร้อมด้วย
#ศาสตราจารย์#ดร.#สามารถ#จับโจร#ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้ร่วมวิจัย
#ผู้ช่วยศาสตราจารย์#ดร.#เบญจภัค#จงหมื่นไวย์#รองผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ ผู้ร่วมวิจัย
ได้ร่วมรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานโครงการ
“การถ่ายทอดนวัตกรรมระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนของผู้เลี้ยงโคขุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน”
ต่อคณะกรรมการจาก
หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
ในการติดตามผลการดำเนินงานและพิจารณารายงานความก้าวหน้า (Progress Report) ระยะ 9 เดือน
ได้ร่วมรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานโครงการ
ต่อคณะกรรมการจาก
หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
ในการติดตามผลการดำเนินงานและพิจารณารายงานความก้าวหน้า (Progress Report) ระยะ 9 เดือน
ภายใต้กรอบการวิจัย
“การขยายผลวิจัยเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก”
ประจำปีงบประมาณ 2569 (รอบที่ 2)
โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการ
หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้แก่
คุณเบญจมาศ ตีระมาศวณิช
คณะทำงานกำกับทิศทาง พิจารณา ติดตามและประเมินผลฯ
คุณสุปราณี จงดีไพศาล
คณะทำงานกำกับทิศทาง พิจารณา ติดตามและประเมินผลฯ
รองศาสตราจารย์ ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์
คณะทำงานกำกับทิศทาง พิจารณา ติดตามและประเมินผล และเลขานุการ
พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะทำงานและเครือข่าย ได้แก่
รองศาสตราจารย์ ดร.วราวุธ ธนะมูล
รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก ศรีสุวรรณ
รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ภายใต้เป้าหมายสำคัญ
“ครัวเรือนในชนบทและผู้ประกอบการในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม”
โดยตั้งเป้าหมายให้
12,000 ครัวเรือนในชนบท มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 5,000 บาทต่อเดือน ภายใน 2 ปี
กิจกรรมครั้งนี้มุ่งขยายผลเทคโนโลยีและนวัตกรรมพร้อมใช้
เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการฟาร์มโคขุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งด้านการเลี้ยง การจัดการต้นทุน และการแปรรูปเพิ่มมูลค่า
โดยคณะผู้วิจัยได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการใช้
ระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM)
ในการจัดเก็บข้อมูลสายพันธุ์โคขุน การให้อาหาร สุขภาพสัตว์ การติดตามต้นทุน และการบริหารจัดการฟาร์มอย่างแม่นยำ
ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโคขุนต้นน้ำ
ยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด
และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
รวมถึงที่ปรึกษาโครงการ ได้แก่
นายสัตวแพทย์พศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา
นายจักรภพ จันทร์สะอาด ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพ นครราชสีมา
พ.อ.สมโชค จันทาสี รองนายกสมาคมแบงกัสแห่งประเทศไทย และเจ้าของฟาร์มโชคจันทา
นายบุญเลิศ นามบัณฑิต อดีตปศุสัตว์อำเภอห้วยแถลง
นายธนวัฒน์ ชมตะคุ ปศุสัตว์อำเภอคง รักษาการปศุสัตว์อำเภอด่านขุนทด
พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติและภาคีเครือข่าย ได้แก่
นายสุโภค ควงขุนทด เกษตรอำเภอด่านขุนทด
นายศิริชัย พวกจันทึก ประธานกลุ่มสหกรณ์โคนมด่านขุนทด
นายสุธิรัตน์ กาญจนสุคนธ์ ตัวแทนโคต้นน้ำ สหกรณ์โคนมด่านขุนทด
นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
นายอาทิตย์ ชามขุนทด ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด
นายวรพจน์ สัจจาวัฒนา ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไข่ผำด่านขุนทด
![]()
รวมถึงนวัตกรชุมชน ได้แก่
นายก้าน ชามขุนทด
นางสาวเขมจิรา เชียงขวาง
นางชั้น ชามขุนทด
นางสาวพิจิตรา เชษฐ์ขุนทด
นางสาวปาหนัน โสกขุนทด
ภายในกิจกรรมยังมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเกษตรกรและนวัตกรชุมชน
รวมถึงการเยี่ยมชมฟาร์มต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้การผลิตโคขุนคุณภาพครบวงจร
สะท้อนการนำ “เทคโนโลยีอัจฉริยะ” มาประยุกต์ใช้จริงในภาคเกษตร
เพื่อสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต
และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ยังมีการเยี่ยมชมลุงก้านฟาร์ม
ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้การผลิตโคเนื้อคุณภาพ
และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักวิจัย เกษตรกร และภาคีเครือข่าย
เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก
ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านปศุสัตว์อย่างยั่งยืน
#AI_FARM#สามารถจับโจร#สายสุนีย์จับโจร#เบญจภัคจงหมื่นไวย์#บพท#เกษตรอัจฉริยะ
#โคขุน#เศรษฐกิจฐานราก #มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา




















































ใส่ความเห็น